ยินดีต้อนรับเข้าสู่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย ต.แม่ริม จ.เชียงใหม่  ติดต่อสอบถาม โทรศัพท์ 053-301597, 053-301637 โทรสาร (แฟกซ์) 053-301597
ข้อมูลย้อนหลังจากเว็บไซต์เก่า

ร้องเรียนร้องทุกข์

คู่มือประชาชน

facebook

ข่าวสารอาเซียน



ศูนย์ดำรงธรรม

ประกาศจากกรมบัญชีกลาง EGP

ตรวจเช็คอีเมล

ระบบจัดการเว็บไซต์

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 19/05/2561
วันนี้
1
เมื่อวานนี้
15
เดือนนี้
510
เดือนที่แล้ว
926
ปีนี้
7,376
ปีที่แล้ว
3,414
ทั้งหมด
10,791
ไอพี ของคุณ
18.207.137.4


วัดตำหนักธรรมนิมิตร

 

     วัดตำหนักธรรมนิมิตร เดิมมีชื่อหลายชื่อ เช่น วัดสันขวางดอนปิน, วัดทุ่งตำหนัก, วัดบ้านอ้อย, สร้างเมื่อวัน พฤหัสบดี ปีจอโทศก จ.ศ.1272 กดเส็ดภังคะเศษ 5 วันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2453 เวลา 15.19 น. ยาม 7 ยามล้านนาเรียกว่า ยามถะแร๋ค่ำ ภูมิปาโลฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีเป็นกษัตรย์ไทย ขุนบำรุงรัฐเขตเป็นนายอำเภอแม่ริมคนที่ 3 พระครูมหามงคล (ครูบาสุรินทร์) วัดดวงดีเป็นเจ้าคณะอำเภอรูปที่ 1 ขุนห้วยทรายสาระกิจเป็นกำนัน ตำบลห้วยทราย พ่อหนานไจย์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายกี้ พรมนาค เป็นไวยาวัจกร พ่อหนานโพธิ ศรีโรยเป็นมัคนายก พระอาจารย์ปัญญา ลอยมี เป็นเจ้าอาวาส ที่ตั้งวัดนี้เดิมนั้นเป็นไร่ปลูกข้าวเก่าของนายหนานกันธา มีชาวบ้านที่ร่วมกันบำรุงอุปถัมภ์และทำบุญในครั้งแรกจำนวน 38 หลังคาเรือน โดยอพยพมาจากบ้านอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านอ้อยเดิมชื่อบ้านน้อย ผู้สร้างอพยพมาประมาณปี พ.ศ.2413 ในการอพยพมาจากบ้านอุโมงค์นั้นมีพ่อเจ้าหนานมหาวงศ์ แม่เจ้าอุษา กาวิละ เป็นหัวหน้านำมาเพื่อเป็นการหาที่อยู่อาศัยและประกอบสัมมาชีพเลยขึ้นมาตามลำน้ำแม่ริมจนมาเจอภูมิประเทศที่พอใจจึงลงหลักปักฐานสร้างเป็นหมู่บ้านเล็กๆใส่ชื่อว่า บ้านหน้อย (หมายถึงบ้านเล็ก ๆ มีไม่กี่หลังคา) โดยทำการปลูกข้าวและพืชผลทางการเกษรตและถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็นำลงแพไปขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างอื่น และได้ชักชวนครอบครัวอื่นขึ้นมาอีกโดยบอกว่าพบที่อุดมสมบูญร์จนเป็นหมูบ้านที่มีกันประมาณ 30 ครอบครัว จนถึงฤดูกาลน้ำหลากปรากฏว่าหมู่บ้านประสพกับเหตุการณ์น้ำท่วมจึงมีมติย้ายหมู่บ้านเข้ามาอีกประมาณ 1 กิโลเมตรคือที่ตั้งบ้านปัจจุบัน ตราบจนเจ้าพ่อชีวิตอ้าวซึ่งเป็นพระเจ้าลุงของพระราชชายาดารารัศมีในรัชกาลที่ 5 พร้อมด้วยข้าราชบริพารได้มาประพาสป่าและมาพักที่บ้าน หน้อยหรือบ้านน้อย ประชาชนชาวบ้านทุกหลังคามีความยินดีมากที่เชื้อพระวงศ์เจ้าผู้นครมาพักในหมู่บ้านจึงพร้อมใจกันสร้างตำหนักถวายเพื่อเป็นที่พักและได้นำเอาอ้อยที่มีอยู่ทั่วไปได้ตัดมาถวายเพื่อเป็นอาหารของช้างที่นำมาประพาสป่าด้วยจนเป็นที่พอใจของพระองค์ จึงได้พูดกับหัวหน้าหมู่บ้านว่าต่อไปนี้ให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจากบ้านหน้อยมาเป็นบ้านอ้อยตามนามมงคลที่ได้เอาอ้อยถวายประกอบกับมีบ้านอยู่หลายหลังไม่เหมาะสมที่จะชื่อบ้านหน้อยหรือบ้านน้อย ตั้งแต่นั้นมาจึงได้เป็นบ้านอ้อยตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบ้านอ้อยแล้วพ่อหนานไชย์ แม่เที่ยงและชาวบ้านจำนวน 38 หลังคาเรือนได้พูดคุยกันว่าสมควรที่หมู่บ้านของเราจะมีวัดเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและทำบุญตามพุทธศาสนิกชนที่ดีทั้งหลายจึงเห็นสมควรว่าจะสร้างวัดขึ้น ทางคนนำในหมู่บ้านจึงทำพิธีสัจจะอธิษฐานขึ้นว่าสมควรที่จะสร้างวัดตรงใหนโดยทำพิธีเสี่ยงทายแบบโบราณโดยให้มีเหตูการณ์เกิดขึ้นในทางที่ดีที่เป็นมงคลเพื่อความก้าวหน้าและเป็นศิริมงคลแก่วัดที่จะสร้างใหม่และหมู่บ้านต่อไปให้มีเหตุการณ์ปรากฏภายใน 3 – 7 วัน ปรากฏว่าเกิกเหตุที่ชาวบ้านปลื้มปิติยินดีเป็นอันมากที่ตอนกลางคืนได้เห็นแสงที่งดงามมากเท่าดวงจันทร์ลอยลงมาตกที่ไร่ข้าวของนายหนานกันธา ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านอยู่ทางทิศตะวันตก อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำอยู่บนดอยที่สามารถเห็นหมู่บ้านได้ทั้งหมด จึงตกลงกันว่าจะสร้างวัดกันตรงนั้นโดยได้ขอที่ตรงนั้นกับเจ้าของไร่ข้าวซึ่งได้ยกที่ตรงนั้นเพื่อสร้างวัดด้วยความยินดี ตรงกับวันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน 2453 และได้ใส่ชื่อวัดว่า วัดตำหนักธรรมนิมิตรตั้งแต่บัดนั้นมาโดยมีเหตุที่ใส่ชื่อดังนี้


 
26 มิถุนายน 2561